The Sound of Music (1965) มนต์รักเพลงสวรรค์

เนื้อเรื่องย่อ
มาเรีย หญิงสาวชาวออสเตรีย เธอเกิดและเติบโตในเมืองเล็กๆใกล้กับเทือกเขาแอลพ์ในเขตประเทศออสเตรียเมื่อปี 1905 มีเรื่องเล่ากันว่าตอนเด็กๆเธอเป็นทอมบอยที่แก่นแก้ว ถึงขนาดหนีออกจากบ้านตอนอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น ในปี 1924 มาเรียตัดสินใจอุทิศตนเองรับใช้พระผู้เป็นเจ้าด้วยการสมัครเป็นแม่ชีฝึกหัดที่อาราม (Roman Catholic Abbey)ทว่าสองปีให้หลังจากที่เธอได้ใช้ชีวิตในอารามแล้ว คุณแม่อธิการซึ่งเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุดในอาราม ได้ลงความเห็นว่าเธอยังไม่พร้อมกับการเป็นแม่ชีจริงๆ เพื่อเปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ทบทวนในสิ่งที่ตัวเองใฝ่ฝัน คุณแม่อธิการจึงตัดสินใจส่งมาเรียไปที่บ้านของบารอนเก-ออร์ก ฟอน แทรพพ์ อดีตกัปตันแห่งกองทัพเรือออสเตรียที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งมีภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้ว 7 ปี ทั้งนี้วัตถุประสงค์หลักในการไปของมาเรียก็เพื่อเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลเด็กๆลูกของกัปตันทั้งเจ็ดคน และเพื่อเรียนรู้จักโลกกว้างมากขึ้นกว่าแค่ในอาราม
เมื่อเธอมาถึงที่บ้านนี้ได้ไม่นานนัก ปัญหาหลักที่มาเรียพบในครอบครัวฟอน แทรพพ์ก็คือความห่างเหินระหว่างตัวกัปตันกับลูกๆ ด้วยว่าหลังจากที่ภรรยาของกัปตันได้เสียชีวิต ท่านได้นำระบบระเบียบของกองทัพมาใช้ในการปกครองดูแลลูกๆ ส่งผลให้บรรยากาศบ้านเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไร้ซึ่งการผ่อนคลาย ไร้ซึ่งเสียงดนตรี เด็กๆต้องปฏิบัติตามระเบียบที่กัปตันผู้เป็นพ่อวางไว้อย่างเคร่งครัด ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็จะมีบทลงโทษเป็นกรณีๆไป
แต่ด้วยอุปนิสัยร่าเริง รักในเสียงดนตรี เป็นคนเปิดกว้างเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย และนิสัยรักสนุกของมาเรียก็สามารถทำให้ช่องว่างตรงนี้หายไปได้ เธอไม่ได้ชนะใจเพียงแค่เด็กๆเท่านั้น แต่รวมถึงตัวกัปตันที่กำลังจะหมั้นหมายกับเศรษฐินีชาวออสเตรียผู้สูงศักดิ์จากเวียนนาด้วย (บารอนเนสชไนเดอร์) จนทำให้กำหนดการดังกล่าวต้องล้มเลิกไป และในที่สุด กลายเป็นตัวมาเรียนั่นเองที่เข้าสู่พิธีวิวาห์กับกัปตันฟอน แทรพพ์ในเดือนพฤศจิกายน ปี 1927
จากบรรยากาศในครอบครัวที่เต็มไปด้วยความเครียด ความกดดัน มาเรียได้เปลี่ยนโฉมหน้าของครอบครัวฟอน แทรพพ์ไปอย่างสิ้นเชิง เธอนำเสียงดนตรีที่เธอคุ้นเคยจากในอารามมาแบ่งปันให้เด็กๆ เธอพาเด็กๆไปพักผ่อนร้องเพลงท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามบนภูเขา ริมทะเลสาบ และรวมถึงการพาเด็กๆในครอบครัวนี้ออกไปเปิดหูเปิดตาในเมือง (ตามปกติแล้วเด็กๆจะไม่ได้รับการอนุญาตให้ออกจากบ้านเสียเท่าไหร่ ยกเว้นจะได้รับการอนุญาตจากกัปตันผู้เป็นพ่อนานๆครั้ง) ในที่สุดแล้วด้วยพรสวรรค์และความสามารถของมาเรียกับเด็กๆ ส่งให้พวกเขาชนะเลิศการประกวดร้องเพลงในเทศกาลดนตรีแห่งเมืองซอลส์เบิร์กเมื่อปี 1936
ทว่าเรื่องราวก็ไม่ได้ยุติลงเพียงเท่านั้น เดือนมีนาคม ปี 1938 กองทัพนาซีของฮิตเลอร์ยึดครองออสเตรียพร้อมประกาศผนวกออสเตรียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมัน(หรืออาณาจักรไรซ์ที่สาม) กัปตันฟอน แทรพพ์ถูกเรียกตัวให้เข้าประจำการในกองทัพเรืออีกครั้ง แต่ด้วยความที่ท่านเป็นคนที่จงรักภักดีต่อแผ่นดินเกิดของตนด้วยเลือกชาตินิยมออสเตรียที่เข้มข้นมากๆ และด้วยความเกลียดชังนาซีมาตั้งแต่ต้น ในที่สุดท่านจึงตัดสินใจพาครอบครัวหนีออกจากออสเตรียโดยการนั่งรถไปที่ชายแดนอย่างลับๆในตอนกลางดึก แล้วปีนข้ามเอกเข้าแอลป์สู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ซึ่งเป็นดินแดนที่เป็นกลาง ปราศจากการโจมตีจากศัตรู) อย่างปลอดภัย
วิเคราะห์เนื้อเรื่อง
“เสียงดนตรี” นั้นถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแท้จริง มาเรียเติบโตมากับเสียงดนตรีในอาราม สิ่งนี้เองหล่อหลอมเธอให้กลายเป็นผู้ที่รักในเสียงเพลงมากๆ งานอดิเรกของเธอคือการร้องเพลง ระหว่างที่เธอเป็นชีฝึกหัดอยู่ที่อาราม เมื่อใดที่เธอว่างเว้นจากภารกิจต่างๆที่ต้องทำ เธอมักแอบหลบไปปลีกวิเวกเพียงลำพังที่บนภูเขา พร้อมกับขับขานเสียงเพลงไปพลางๆ สิ่งเหล่านี้เองที่หล่อหลอมให้เธอเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน เพราะโดยปกติธรรมชาติของเสียงดนตรีคือมันจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจคนให้สงบลงได้ โดยเฉพาะในขณะที่เรากำลังโกรธเป็นไฟ การได้ยินเสียงเพลงที่ไพเราะ หวานๆ อ่อนโยนๆ ก็มีส่วนช่วยระงับความโกรธเกรี้ยวที่มีอยู่มากมายนั้นให้สงบเย็นลงได้ มาเรียได้พิสูจน์ตัวเธอเองว่าเธอก็มีดี ไม่ใช่แค่เด็กที่(เคย)มีนิสัยขี้ขโมยและใช้ชีวิตไปวันๆเท่านั้น การเข้ามาของเธอในครอบครัวฟอน แทรพพ์นั้น ถือได้ว่าเปลี่ยนโฉมหน้าของครอบครัวนี้ไปอย่างตลอดกาล ก่อนหน้าการมาของเธอ กัปตันผู้เป็นพ่อได้สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักของท่านไป ณ จุดนี้เองส่งผลให้ท่านกลายเป็นคนที่ “เยือกเย็น” ลงโดยอัติโนมัติ ท่านยังคงรัก คิดถึงและอาลัยอาวรณ์อดีตภรรยาของท่านอยู่เสมอแม้ว่าเวลาจะล่วงมาเกือบ 7 ปีแล้ว ท่านคิดว่าการนำเอากฎระเบียบต่างๆและศักดิ์ศรีชายชาติทหารของท่านมาใช้กับลูกๆ จะช่วยเต็มเต็มช่องว่างที่เกิดจากการสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปได้ แต่ยิ่งมาๆยิ่งทำเป็นการบีบคั้นลูกๆ ประหนึ่งว่าลูกๆทั้ง 7 นั้นใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในคุก ต้องทำตามระเบียบทุกอย่างที่พ่อสั่งมา ต้องตรงต่อเวลาเฉกเช่นทหาร ถ้ามาสายหนึ่งนาทีก็จำต้องรับบทลงโทษไป สิ่งต่างๆเหล่านี้เองค่อยๆก่อตัวขึ้น นับวันจึงกลายเป็นภาวะที่ “ขาดสันติสุข” ของทุกคนในครอบครัว  ด้วยวิธีการปกครองบ้านของกัปตันดังกล่าว ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขาเองกับลูกๆห่างเหินกันอย่างมาก มีแต่เพียง “เสียงดนตรี” เท่านั้นที่จะเป็นตัวอุดช่องว่าง เต็มรูโหว่เหล่านั้นให้เต็มได้ มาเรียได้นำเอาเสียงดนตรีกลับเข้ามาในบ้านนี้อีกครั้ง (แต่ก่อนกัปตันท่านชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ภรรยาเสียชีวิตไป ท่านจึงไม่มีกะจิตกะใจจะมาร้อง) เสียงดนตรีนี้เองที่เปรียบเสมือนเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกๆเข้าหากันอีกครั้งหนึ่ง นำความชื่นมื่นมาสู่ทุกฝ่าย “สันติ” ในบ้านหลังนี้ในครอบครัวนี้จึงกลับคืนมาอีกครั้ง

ดูหนังไม่ได้รองปิด IPV6 นะครับ ดูวิธีปิดคลิก


Loading...